วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เทคนิคการม้วนผมด้วยเครื่องม้วนไฟฟ้า




การม้วนผมด้วยเครื่องไฟฟ้า เป็นทรงผมยอดฮิตที่สาว ชื่นชอบ นอกจากจะทำให้ดูสดใสแล้ว การม้วนผมแบบนี้จะช่วยลดแก้มดูเล็กลงด้วยนะคะ สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีปัญหาม้วนผมแล้ว ผมลีบ แบน ไม่อยู่ทรง หมดกังวลไปได้เลย เพราะวันนี้เกร็ดดี้ได้รวบรวมเคล็บลับการม้วนผมให้พองเป็นลอนสวย เปลี่ยนลุคใหม่ สวยใส ได้ไม่ยากเลยค่ะ พร้อมแล้วเราไปดูขั้นตอนการทำกันเลยค่ะ

ขั้นตอนที่ 1
เตรียมเครื่องหนีบผมขนาดเล็กจิ๋ว ไว้สำหรับม้วนผมหน้าม้า แต่!! ถ้าใครจะใช้เครื่องหนีบผมขนาดปกติที่มีอยู่แล้วก็ได้ ตามคววามถนัด ที่สำคัญจะต้องมีเครื่องหนีบผมไฟฟ้าขนาด 3 / 4 นิ้ว หรือขนาดเล็กกว่านี้ก็ได้ค่ะ


ขั้นตอนที่ 2
แบ่งผมบน-ล่างเป็นสองส่วน จากนั้นเริ่มม้วนด้านหน้า โดยการตั้งแกนเครื่องม้วนผมตามภาพ เพื่อเป็นการเปิดกรอบหน้า ทำสลับกันแนวตั้ง แนวนอน หลังจากทำส่วนล่างเสดแล้วให้ทำบนต่อ ด้วยการม้วนแบบด้านล่าง จะได้ผมที่มีวอลลุ่มมากกว่าทำไปในทิศทางเดียวกันนะคะ


ขั้นตอนที่ 3
ทริคในการม้วนผมให้พอง การม้วนให้สุดปลายผมจะได้ปลายผมที่โค้งสวยมากกว่าการเหลือปลายผมไว้นะคะ เมื่อม้วนเสร็จแล้ว ให้ใช้มือสางผมขึ้นด้วยนะคะ


ขั้นตอนที่ 4
ทำผมอีกข้าง โดยใช้วิธีทำที่เหมือนกัน  เมื่อสางผมเสร็จแล้ว ให้ใช้สเปรย์ชนิดอ่อนฉีดให้ทั่ว เพื่อความอยู่ทนอยู่นานของลอนผมนั้นเอง



เพียงแค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยกับวิธีการม้วนผมให้พอง เป็นลอนสวยแบบที่สาวๆ หลายคนต้องการ



เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับวิธีม้วนผมที่เกร็ดดี้นำมาฝาก ถ้าสาวๆ คนไหนอยากจะทำไปเรียนหรือไปเดินเล่นกับเพื่อนสาว อย่างไรแล้ว ก็ขอให้ลองซ้อมมือทำก่อนวันที่จะไปจริง เพราะตัวเกร็ดดี้เองได้ลองฝึกทำมาก่อน ค่อยๆ ฝึกฝน เมื่อเราทำจนชินแล้วก็จะใ้ช้เวลาไม่นานเลยค่ะ
ไหนๆ ก็มีผมสวยๆ แล้ว เกร็ดดี้ต้องให้สาวๆ ทุกคนสวยครบสูตรตั้งแต่หัวจรดปลายเท้ากับแฟชั่นที่คาดผมและกิ๊บน่ารักๆ ถ้าพร้อมแล้วเราไปชมกันเลย ^^



 ที่มา  http://campus.sanook.com

ทำเนียบอาหารที่แพงที่สุดในโลก



ทำเนียบอาหารที่แพงที่สุดในโลก



ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...

1.
เครื่องเทศแพงที่สุดในโลก - แซฟฟรอน ( Saffron )

แซฟฟรอน เป็นเครื่องเทศที่ได้มาจากเกสรตัวเมีย (สีแดงอมส้ม) ของดอกแซฟฟรอน โครคัส ซึ่งแต่ละดอกจะมีเพียง เกสรเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ การที่จะผลิตแซฟฟรอนแห้งให้ได้น้ำหนักเพียง ปอนด์ ( 0.45 ก.ก.) จะต้องใช้ดอกแซฟฟรอน โครคัส มากถึง 50,000-75,000 ดอก หรือปริมาณมากเท่ากับ 1 สนามฟุตบอลเลยทีเดียว   ดอกโครคัส พบได้ในหลายพื้นที่ทั่วโลก อาทิ ประเทศสเปน กรีซ อิหร่าน อินเดีย โมร็อกโก เป็นต้น แต่ประเทศที่ผลิตเครื่องเทศแซฟฟรอนได้มากที่สุดในโลกก็คือ อิหร่าน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 94 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการผลิตทั่วโลก   ประเทศที่นิยมใช้แซฟฟรอนเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารได้แก่ อิหร่าน และประเทศอาหรับอื่นๆ รวมถึงประเทศในแถบเอเชียกลาง อินเดีย ตุรกี ยุโรป ฯลฯ  
   
ราคาขายส่งและขายปลีกของเครื่องเทศชนิดนี้อยู่ที่ระหว่าง  500-5,000เหรียญสหรัฐต่อหนึ่งปอนด์
 (  ราว 17,000-170,000 บาท/ 0.45 ก.ก ) หรือ 1,100-11,000เหรียญสหรัฐต่อ 1 ก.ก. (ราว 37,400 - 374,000 บาท/ก.ก.)   
ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...

2. ถั่วแพงที่สุดในโลก - แมคคาเดเมีย  ( Macadamia )
    
ถั่วที่มีราคาแพงที่สุดในโลก คือ ถั่วแมคคาเดเมีย ถั่วชนิดนี้จะให้ผลผลิตต่อเมื่อมีอายุตั้งแต่  7-10  ปีขึ้นไป ซึ่งการปลูกให้ได้ผลผลิตที่ดีนั้นจะต้องหมั่นคอยดูแลใส่ปุ๋ย และปลูกในที่ๆ มีฝนตกชุก   ถั่วชนิดนี้เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอยู่หลายสายพันธุ์ด้วยกัน โดยมีถิ่นกำเนิดที่ประเทศออสเตรเลียมากถึง 7  สายพันธุ์ ที่นิว คาเลโดเนีย 1 สายพันธุ์ และ ที่เมืองสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย อีก 1 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่มีความสำคัญและมีมูลค่าในเชิงการค้ามากที่สุดมีเพียง  2  สายพันธุ์ คือ Macadamia integrifolia และ Macadamia tetraphylla   ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในรัฐนิวเซาธ์ เวลส์ และควีนสแลนด์ ของประเทศออสเตรเลีย  
    
ไร่แมคคาเดเมียที่ปลูกขึ้นเพื่อการค้าเป็นครั้งแรก เกิดขึ้นในช่วงต้นของยุคปี ค.ศ.
1880
พ.ศ. 2423)  ในรัฐนิวเซาธ์ เวลส์ ของประเทศออสเตรเลีย อีก 2  ปีต่อมาได้มีการนำเข้าเมล็ดพันธุ์แมคคาเดเมียจากออสเตรเลียไปทดลองปลูกที่ฮาวาย และเริ่มมีการปลูกแมคคาเดเมียในเชิงการค้าที่นั่นอย่างจริงจังนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 ( พ.ศ.2463)  เป็นต้นมา  นอกจาก ออสเตรเลีย และฮาวายแล้ว ยังมีประเทศอื่นๆ ที่ปลูกแมคคาเดเมียเป็นพืชเศรษฐกิจอีก ได้แก่แอฟริกาใต้ บราซิล  สหรัฐอเมริกา (แคลิฟอร์เนีย) คอสตา ริก้า  อิสราเอล เคนย่า โบลิเวีย นิวซีแลนด์ และมาลาวี  โดยมีออสเตรเลียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก  สำหรับราคาขายของถั่วชนิดนี้จะอยู่ที่มากกว่า 30  เหรียญสหรัฐต่อ 1 ก.ก. ( มากกว่า 1 พันบาท/ก.ก.)
 
ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...
3.ไข่ปลาคาเวียร์แพงที่สุดในโลก -
   
    เบลูก้า คาเวียร์ 
 ( Beluga Caviar )

  ไข่ปลาคาเวียร์แพงที่สุดในโลก ไม่ได้มีสีดำอย่างที่หลายท่านคุ้นเคย     แต่เป็นชนิดที่มีสีเทาอ่อนๆ ไล่ลงมาจนเกือบขาวตามอายุของปลา ยิ่งปลาอายุมากไข่ก็จะมีสีอ่อนลง และมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ไข่ปลาคาเวียร์อัลมาส ( ภาษาเปอร์เซี่ยนแปลว่า “เพชร ” ) ที่ได้มาจากปลา “เบลูก้า สเตอเจี้ยน”   อายุหนึ่งร้อยปีขึ้นไป ถือเป็นไข่ปลาคาเวียร์ที่หายากที่สุด และมีราคาแพงที่สุด โดยมีราคาสูงถึงเกือบ 25,000  เหรียญสหรัฐต่อ  1  ก.ก. (ประมาณ  850,000 บาท/ก.ก.)  ในขณะที่ราคาเฉลี่ยของเบลูก้า คาเวียร์ โดยทั่วไปในปัจจุบันจะอยู่ที่  7,000 - 10,000  เหรียญสหรัฐต่อ ก.ก. ( ราว 2.38 -3.4  แสนบาท/ก.ก.)     ปลา “เบลูก้า สเตอเจี้ยน ”  มีถิ่นอาศัยอยู่ในทะเลแคสเปียน ซึ่งเป็นทะเลปิดที่อยู่ระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป อันเป็นพรมแดนของประเทศรัสเซีย อาเซอร์ไบจาน อิหร่าน เติร์กเมนิสถาน และประเทศคาซัคสถาน บางครั้งอาจพบปลาดังกล่าวอาศัยอยู่ในแถบทะเลดำ นานๆ ครั้งจึงโผล่ให้เห็นบ้างในทะเลอาเดรียติก ปลาชนิดนี้จะถือว่าโตเต็มที่พร้อมให้ผลผลิต (ไข่) เมื่อมีอายุตั้งแต่ 20  ปีขึ้นไป  

ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...

4. เห็ดแพงที่สุดในโลก - ทรัฟเฟิลขาว (White Truffle)
     เห็ดที่มีราคาแพงที่สุดในโลกคือ เห็ดทรัฟเฟิลขาว ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในแถบ  Langhe แห่งแคว้นปีเอมอนเต   ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ในอดีตคนเก็บเห็ดทรัฟเฟิลจะใช้หมูช่วยดมกลิ่นค้นหา แต่ระยะหลังๆ มักนิยมใช้สุนัขมากกว่า เพราะสุนัขจะไม่กินเห็ดเหมือนหมู   เห็ดชนิดนี้มีราคาขายสูงถึง  1,700 - 3,800  ยูโร ต่อ 1 ก.ก. (ราว82,000 - 183,502 บาท/ก.ก)  เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เห็ดทรัฟเฟิลสีขาว น้ำหนัก  1.08  กก. จากอิตาลี ถูกนายสแตนลีย์ โฮ มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจคาสิโนในมาเก๊า ประมูลไปในราคาสูงถึง  200,000  ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว  6.8  ล้านบาท แต่สถิติเห็ดทรัฟเฟิลขาวราคาสูงสุดที่มีการบันทึกไว้ คือ  330,000  ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 11  ล้านบาท ซึ่งนายสแตนลีย์ โฮ เจ้าเก่า เป็นผู้ชนะประมูลเมื่อปี ค.ศ.2007  

ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...

5. มันฝรั่งแพงที่สุดในโลก La Bonnotte ) 
  
  มันฝรั่งราคาแพงที่สุดในโลก คือ   “La Bonnotte”  ปลูกได้เฉพาะบนเกาะนีวร์มูทีเยของประเทศ ฝรั่งเศสเท่านั้น แถมปีหนึ่งๆ ยังเก็บเกี่ยวได้เพียง 10 วัน ทั้งยังบอบบางมากเสียจนต้องใช้มือถอน และให้ผลผลิตเพียงปีละ 20,000 ก.ก. ด้วยเหตุนี้มันฝรั่งที่ว่าจึงมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 2.3 หมื่นบาทเลยทีเดียว  

ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...

6.  เนื้อแพงที่สุดในโลก - เนื้อที่มาจากวัววากิว ( Wagyu )ประเทศญี่ปุ่น  
     
เนื้อแพงที่สุดในโลก คือ เนื้อที่มาจากวัววากิว (Wagyu) ประเทศญี่ปุ่น วัววากิวถือเป็นวัวพื้นเมืองที่มีอยู่หลายสายพันธุ์ด้วยกัน ชาวญี่ปุ่นจะเลี้ยงดูวัวเหล่านี้อย่างดีเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการให้หญ้าพันธุ์ดี ธัญพีช ฟาร์มบางแห่งถึงขนาดมีการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้วัว  หรือไม่ก็ผสมสาเก หรือเบียร์ ลงไปในอาหาร 
 
    
เนื้อวัวหลายชนิดที่คนรักเนื้อในบ้านเรารู้จักกันดีอย่างเช่น เนื้อโกเบ และมัตสึซากะ ฯลฯ ก็มาจากวัววากิวเช่นกัน แต่าเหตุที่เรียกชื่อต่างกันเป็นเพราะว่าเลี้ยงกันคนละเมือง(เนื้อโกเบ มาจากฟาร์มในเมืองโกเบ ส่วนเนื้อมัตสึซากะมาจากฟาร์มในเมือง มัตสึซากะ เป็นต้น) 
 
เนื้อจากวัววากิวมีคุณค่าทางโภชนาการสูง และไขมันต่ำ รสชาติอร่อย นุ่มลิ้น ราวกับละลายในปาก จึงมีราคาสูงมาก - ที่ยุโรปเนื้อจากวัววากิวน้ำหนักประมาณ 200 กรัม มีราคาขายสูงกว่า 34,000   บาท 
  

ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...
7. แซนด์วิชแพงที่สุดในโลก - คลับแซนด์วิช "von Essen Platinum"             นี่คือโฉมหน้าแซนด์วิช “ แพงที่สุดในโลก ”  ฝีมือนายเจมส์ พาร์คินสัน หัวหน้าเชฟของโรงแรมหรู "von Essen"  ในเมืองเบิร์กเชียร์ ประเทศอังกฤษ หลังจากสังเกตส่วนผสมของแซนด์วิชในโรงแรมหรูห้าดาวทั่วโลกที่เขาได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียน เขาจึงคิดรวบรวมส่วนผสมที่ดีที่สุดของแซนด์วิชในแต่ละโรงแรมมาไว้ในอันเดียวกัน   ด้วยเหตุนี้   “von Essen Platinum Club Sandwich” ของเขาจึงกลายเป็นคลับแซนด์วิชแพงที่สุดในโลก ซึ่งมีทั้งหมด  3  ชั้น ประกอบด้วยส่วนผสมหลักคือ เนื้อไก่อย่างดี (พันธุ์  poulet de Bresse  ของฝรั่งเศส)  แฮม Iberian  ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแฮมหายากคุณภาพเยี่ยมจากประเทศสเปน เห็ดทรัฟเฟิลขาวและมะเขือเทศจากประเทศอิตาลี  ไข่นกกระทาต้มสุก และขนมปังที่ผลิตจากแป้งชนิดพิเศษ   แซนด์วิช   "von Essen Platinum" ของเชฟพาร์คินสัน จำหน่ายในราคาอันละ 100 ปอนด์ หรือกว่า   5.5   พันบาท  ถ้าใครอยากลองทานว่าจะเด็ดสักแค่ไหน ก็ไปพิสูจน์ได้ที่ภัตตาคาร "Cliveden’s Waldo" ของโรงแรม "von Essen"   



ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...
 
8. พิซซ่าแพงที่สุดในโลก - Pizza “ Luis XIII ”        พิซซ่าที่แพงสุดในโลก คือ พิซซ่า "Louis XIII" ฝีมือเชฟหนุ่มชาวอิตาลีที่ชื่อเรนาโต้  วิโอล่า ”  
พิซซ่า
 "Louis XIII" มีขนาด นิ้ว ก่อนทำต้องใช้เวลาในการเตรียมแป้งเป็นเวลานานถึง 72 ช.ม. ขณะที่ท็อปปิ้งหรือหน้าพิซซ่าล้วนมาจากส่วนผสมคุณภาพเยี่ยม อาทิ ชีส   mozzarella di bufala  ไข่ปลาคาเวียร์ 3 ชนิด กุ้งล็อบสเตอร์จาก Cilento (ในอิตาลี) และประเทศนอร์เวย์ โรยหน้าด้วยเกลือสีชมพูที่มาจากแม่น้ำMurray ในประเทศออสเตรเลีย ฯลฯ   พิซซ่าแพงสุดในโลก "Louis XIII" จำหน่ายในราคาอันละ 8,300 ยูโร หรือเกือบ 4  แสนบาท (ราคานี้รวมค่าตัวเชฟและผู้ช่วยอีก 2 คน ที่จะหอบข้าวของและอุปกรณ์ต่างๆ ไปทำพิซซ่าถึงบ้านลูกค้า)  



ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...

9. ออมเล็ตแพงที่สุดในโลก  Omlette ของภัตตาคาร Le Parker Meridien ในกรุงนิวยอร์ค   
     
ออมเล็ต ” หรือไข่คน แพงที่สุดในโลกหารับประทานได้ที่ภัตตาคาร "Le Parker Meridien"  ในกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา  ที่นั่นเขาขายออมเล็ต (ภาพบน) จานละ 1,000 เหรียญ หรือประมาณ  34,000 บาท ประกอบด้วยส่วนผสมหลัก ได้แก่ ไข่ปลาคาเวียร์ (sevruga)  น้ำหนัก 10 ออนซ์ กุ้งล็อบสเตอร์ทั้งตัว และไข่อีก 6 ฟอง เป็นต้น (เขาว่าถ้านำส่วนผสมทั้งหมด มาทำเองที่บ้าน ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ราวๆ 700 เหรียญ หรือประมาณ 23,800 บาท) 



ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...

10. ขนมหวานแพงที่สุดในโลก  Ice Cream Sundae  ของร้าน Serendipity 3 ในแมนฮัตตัน        ไอศกรีมช็อคโกแลตซันเด ถ้วยนี้ ได้รับการจดบันทึกลงในกินเนสบุ้ค ออฟ เวิล์ด เรคคอร์ด ว่าเป็น ขนมหวานแพงที่สุดในโลก " มีจำหน่ายที่ร้าน Serendipity 3  ในแมนฮัตตัน กลางกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ด้วยสนนราคาถ้วยละ 25,000  เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 850,000  บาท  
“Frrrozen Haute Chocolate” 
คือ ชื่อของช็อคโกแลต ซันเดแพงระยับถ้วยนี้ ส่วนสาเหตุที่มีราคาแพงเนื่องมาจากไอศกรีมมีส่วนผสมของโกโก้พันธุ์ดีและหายากมากๆ จำนวน  28  ผล (ในจำนวนนี้มีอยู่ 14 ผลที่เป็นโกโก้ชนิดแพงที่สุด) และทองคำ  23  เค ชนิดทานได้ น้ำหนัก  5  กรัม
        
  
ไอศกรีมดังกล่าวจะถูกบรรจุลงในถ้วยทองคำ ที่มีแผ่นทองคำชนิดทานได้รองอยู่ภายในถ้วย นอกจากนี้บริเวณฐานของถ้วยไอศกรีมยังตกแต่งด้วยสร้อยทอง 18  เค พร้อมกับเพชรแท้สีขาวอีก 1 กะรัต  เท่านั้นยังไม่พอ ไอศกรีมถ้วยนี้ยังถูกแต่งหน้าด้วยวิปครีม โรยทับอีกชั้นด้วยทองคำ ประดับด้วยช็อคโกแลต "La Madeline au Truffle"จากร้าน  Knipschildt Chocolatier ที่ขายในราคาปอนด์ละ 2,500
เหรียญ ( 85,000 บาท/ 0.45 กก.)  
    สำหรับช้อนทองที่เห็นในภาพว่าประดับด้วยเพชรสีขาวและสีช็อคโกแลต ลูกค้าสามารถนำกลับไปดูเล่นที่บ้านได้ แต่ถ้วยและสร้อยทองคล้องเพชร 1 กะรัตห้ามเอาไป ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ออกจากร้านแน่นอน  ฮะ ฮะ ฮะ ฮา ฮ่า



ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...

11.
แชมเปญแพงที่สุดในโลก - Perrier Jouet Belle Epoque Blanc de Blanc

  "Perrier Jouet Belle Epoque Blanc de Blanc" 
คือ แชมเปญที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ผลิตจากองุ่นคัดพิเศษ บรรจุอยู่ในขวดที่เพนท์ลวดลายด้วยมือ จำหน่ายในราคากล่องละ 50,000 ยูโรหรือประมาณ 2.4 ล้านบาท (1กล่องมี 12 ขวด) หรือตกขวดละประมาณเกือบ แสนบาท แชมเปญดังกล่าวผลิตโดยบริษัท Pernod-Ricard ใน ประเทศฝรั่งเศส โดยมีลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มมหาเศรษฐีใน สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน รัสเซีย สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส และเนื่องจากมีราคาค่อนข้างแพง แชมเปญชนิดนี้จึงผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 100 กล่องเท่านั้น
   
นอกจากนี้ ลูกค้าที่ต้องการสั่งซื้อแชมเปญชนิดดังกล่าวจะต้องเดินทางไปที่โรงบ่มในประเทศฝรั่งเศสด้วยตนเอง เพื่อเลือกรสชาติและส่วนผสมต่างๆ ตามแบบที่ตนเองต้องการ

หมายเหตุ: แชมเปญ Heidsieck อายุ 100 ปี จำนวน 200 ขวด ที่จมอยู่ใต้มหาสมุทรนานนับ 80 ปี และเพิ่งถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540)กระทั่งถูกนำไปขายที่โรงแรม Ritz-Carlton ในกรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซียเมื่อปลายปีที่แล้ว ด้วยสนนราคาขวดละ $275,000 (ราว 9.4 ล้านบาท) ไม่ได้นำมานับรวม ณ ที่นี้


ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...

12. วิสกี้แพงที่สุดในโลก - Macallan Fine Rare Vintage   
   เหล้ารัม "Wray & Nephew White Overproof" ขวดที่เห็นในภาพผลิตโดย Wray and Nephew ผู้ผลิตเหล้ารัมจากประเทศจาไมก้า
เฉพาะขวดที่เห็นนี้ ผลิตขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1915 (พ.ศ. 2458) และถูกนำมาบรรจุขวดเมื่อปี ค.ศ. 1940 (พ.ศ. 2483) ปัจจุบันเหลือเพียง ขวดในโลก (ที่ยังไม่ถูกเปิดดื่ม)เหล้ารัมรุ่นนี้ถูกนำไปแสดงภายในงาน RumFest ซึ่งเป็นเทศกาลเหล้ารัมที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในยุโร ปเมื่อ ปีที่ผ่านมา โดยวางจำหน่ายในราคาขวดละ 26,000 ปอนด์ (กว่า1.4 ล้านบาท)

  
อุตสาหกรรมเหล้ารัมตกต่ำลงเป็นอย่าง มากนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473)เป็นต้นมา เนื่องจากผู้คนในยุคนั้นนิยมดื่มค็อกเทล "ไหมไทย" ทำให้โรงงานดังกล่าวต้องยุติการผลิตเหล้ารัมไประยะหนึ่ง


ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...
13. ค็อกเทลแพงที่สุดในโลก - “Diamonds-Are-Forever”
    ค็อกเทลแพงที่สุดในโลก มีชื่อว่า “Diamonds-Are-Forever” ที่พร้อมเสิร์ฟในราคาแก้วละ 11,000 ยูโร หรือประมาณ 527,560 บาท โดยที่ไม่ได้มีส่วนผสมอะไรพิเศษหรือพิสดารไปจากค็อกเทลปกติธรรมดาทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้ค็อกเทลแก้วนี้มีราคาแพง เนื่องจากมีการนำเพชรน้ำหนัก 1.6 กะรัต มาใส่ไว้ในแก้วแทนผลมะกอกนั่นเอง ค็อกเทลแพงที่สุดในโลกแก้วนี้ หาดื่มได้ที่โรงแรมริทซ์-คาร์ลตันในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 



ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...
14. เบียร์แพงที่สุดในโลก - Vielle Bon Secours  เบียร์แพงที่สุดในโลก คือ เบียร์ที่มีชื่อว่า "Vielle Bon Secours" จำหน่ายในราคาขวดละ 500 ปอนด์ หรือประมาณ 27,550 บาท หากใครอยากลองทานต้องไปที่บาร์ในกรุงลอนดอนที่มีชื่อ ว่า "Bierdrome" เท่านั้น



ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...

 15. วอดก้าแพงที่สุดในโลก - Diva Vodka

  เหล้าวอดก้าแพงที่สุดในโลก มีชื่อว่า "Diva Vodka" ผลิตโดยบริษัทBlackwood Distillery ในสกอตแลนด์ สาเหตุที่มีราคาแพงเนื่องจาก วอดก้าชนิดนี้ผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติ ทั้งยังเข้าสู่กระบวนการกลั่นโดยผ่านทางอุปกรณ์พิเศษ ที่ภายในอัดแน่นไปด้วย เพชรและทับทิม   แต่สิ่งที่ทำให้วอดก้าชนิดนี้มีราคาแพงจริงๆเห็นจะเป็นอัญมณีล้ำค่าหลากสีที่บรรจุอยู่ตรงกลางขวด ส่วนราคาจะแพงสักแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับลูกค้าเป็นคนเลือกว่าต้องการให้บรรจุ เพชร พลอย คริสตัล ฯลฯ ชนิดไหน สีอะไรลงไปบ้าง โดยมีราคาให้เลือกตั้งแต่ขวดละ 35-540,000 ปอนด์ (ราว 2,000 - 29.6 ล้านบาท)



ทำเนียบอาหารที่แพงสุดในโลก 555+ เริ่ด ได้อีก ...
16. กาแฟ แพงที่สุดในโลก ( Most Expensive Coffee )

         Kopi Luwak 
โคปิ ลูแว็ค เป็นกาแฟโรบัสต้าชนิดหนึ่ง และเป็นกาแฟแพงที่สุดในโลก เนื่องจากขบวนการผลิตอันยุ่งยาก แปลกประหลาด มีออกสู่ต้องตลาดประมาณปีละ 500 ปอนด์ต่อปี ทำให้มันมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 41,000 บาท และสามารถผลิตได้เพียงไม่กี่แห่งบนโลกนี้ 


ลิ้ง