1.เครื่องเทศแพงที่สุดในโลก - แซฟฟรอน ( Saffron ) แซฟฟรอน เป็นเครื่องเทศที่ได้มาจากเกสรตัวเมีย (สีแดงอมส้ม) ของดอกแซฟฟรอน โครคัส ซึ่งแต่ละดอกจะมีเพียง 3 เกสรเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ การที่จะผลิตแซฟฟรอนแห้งให้ได้น้ำหนักเพียง 1 ปอนด์ ( 0.45 ก.ก.) จะต้องใช้ดอกแซฟฟรอน โครคัส มากถึง 50,000-75,000 ดอก หรือปริมาณมากเท่ากับ 1 สนามฟุตบอลเลยทีเดียว ดอกโครคัส พบได้ในหลายพื้นที่ทั่วโลก อาทิ ประเทศสเปน กรีซ อิหร่าน อินเดีย โมร็อกโก เป็นต้น แต่ประเทศที่ผลิตเครื่องเทศแซฟฟรอนได้มากที่สุดในโลกก็คือ อิหร่าน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 94 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการผลิตทั่วโลก ประเทศที่นิยมใช้แซฟฟรอนเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารได้แก่ อิหร่าน และประเทศอาหรับอื่นๆ รวมถึงประเทศในแถบเอเชียกลาง อินเดีย ตุรกี ยุโรป ฯลฯ ราคาขายส่งและขายปลีกของเครื่องเทศชนิดนี้อยู่ที่ระหว่าง 500-5,000เหรียญสหรัฐต่อหนึ่งปอนด์ ( ราว 17,000-170,000 บาท/ 0.45 ก.ก ) หรือ 1,100-11,000เหรียญสหรัฐต่อ 1 ก.ก. (ราว 37,400 - 374,000 บาท/ก.ก.)

2. ถั่วแพงที่สุดในโลก - แมคคาเดเมีย ( Macadamia ) ถั่วที่มีราคาแพงที่สุดในโลก คือ ถั่วแมคคาเดเมีย ถั่วชนิดนี้จะให้ผลผลิตต่อเมื่อมีอายุตั้งแต่ 7-10 ปีขึ้นไป ซึ่งการปลูกให้ได้ผลผลิตที่ดีนั้นจะต้องหมั่นคอยดูแลใส่ปุ๋ย และปลูกในที่ๆ มีฝนตกชุก ถั่วชนิดนี้เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอยู่หลายสายพันธุ์ด้วยกัน โดยมีถิ่นกำเนิดที่ประเทศออสเตรเลียมากถึง 7 สายพันธุ์ ที่นิว คาเลโดเนีย 1 สายพันธุ์ และ ที่เมืองสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย อีก 1 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่มีความสำคัญและมีมูลค่าในเชิงการค้ามากที่สุดมีเพียง 2 สายพันธุ์ คือ Macadamia integrifolia และ Macadamia tetraphylla ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในรัฐนิวเซาธ์ เวลส์ และควีนสแลนด์ ของประเทศออสเตรเลีย ไร่แมคคาเดเมียที่ปลูกขึ้นเพื่อการค้าเป็นครั้งแรก เกิดขึ้นในช่วงต้นของยุคปี ค.ศ.1880 ( พ.ศ. 2423) ในรัฐนิวเซาธ์ เวลส์ ของประเทศออสเตรเลีย อีก 2 ปีต่อมาได้มีการนำเข้าเมล็ดพันธุ์แมคคาเดเมียจากออสเตรเลียไปทดลองปลูกที่ฮาวาย และเริ่มมีการปลูกแมคคาเดเมียในเชิงการค้าที่นั่นอย่างจริงจังนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 ( พ.ศ.2463) เป็นต้นมา นอกจาก ออสเตรเลีย และฮาวายแล้ว ยังมีประเทศอื่นๆ ที่ปลูกแมคคาเดเมียเป็นพืชเศรษฐกิจอีก ได้แก่แอฟริกาใต้ บราซิล สหรัฐอเมริกา (แคลิฟอร์เนีย) คอสตา ริก้า อิสราเอล เคนย่า โบลิเวีย นิวซีแลนด์ และมาลาวี โดยมีออสเตรเลียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก สำหรับราคาขายของถั่วชนิดนี้จะอยู่ที่มากกว่า 30 เหรียญสหรัฐต่อ 1 ก.ก. ( มากกว่า 1 พันบาท/ก.ก.)

3.ไข่ปลาคาเวียร์แพงที่สุดในโลก - เบลูก้า คาเวียร์ ( Beluga Caviar ) ไข่ปลาคาเวียร์แพงที่สุดในโลก ไม่ได้มีสีดำอย่างที่หลายท่านคุ้นเคย แต่เป็นชนิดที่มีสีเทาอ่อนๆ ไล่ลงมาจนเกือบขาวตามอายุของปลา ยิ่งปลาอายุมากไข่ก็จะมีสีอ่อนลง และมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ไข่ปลาคาเวียร์อัลมาส ( ภาษาเปอร์เซี่ยนแปลว่า “เพชร ” ) ที่ได้มาจากปลา “เบลูก้า สเตอเจี้ยน” อายุหนึ่งร้อยปีขึ้นไป ถือเป็นไข่ปลาคาเวียร์ที่หายากที่สุด และมีราคาแพงที่สุด โดยมีราคาสูงถึงเกือบ 25,000 เหรียญสหรัฐต่อ 1 ก.ก. (ประมาณ 850,000 บาท/ก.ก.) ในขณะที่ราคาเฉลี่ยของเบลูก้า คาเวียร์ โดยทั่วไปในปัจจุบันจะอยู่ที่ 7,000 - 10,000 เหรียญสหรัฐต่อ 1 ก.ก. ( ราว 2.38 -3.4 แสนบาท/ก.ก.) ปลา “เบลูก้า สเตอเจี้ยน ” มีถิ่นอาศัยอยู่ในทะเลแคสเปียน ซึ่งเป็นทะเลปิดที่อยู่ระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป อันเป็นพรมแดนของประเทศรัสเซีย อาเซอร์ไบจาน อิหร่าน เติร์กเมนิสถาน และประเทศคาซัคสถาน บางครั้งอาจพบปลาดังกล่าวอาศัยอยู่ในแถบทะเลดำ นานๆ ครั้งจึงโผล่ให้เห็นบ้างในทะเลอาเดรียติก ปลาชนิดนี้จะถือว่าโตเต็มที่พร้อมให้ผลผลิต (ไข่) เมื่อมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป

4. เห็ดแพงที่สุดในโลก - ทรัฟเฟิลขาว (White Truffle) เห็ดที่มีราคาแพงที่สุดในโลกคือ เห็ดทรัฟเฟิลขาว ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในแถบ Langhe แห่งแคว้นปีเอมอนเต ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ในอดีตคนเก็บเห็ดทรัฟเฟิลจะใช้หมูช่วยดมกลิ่นค้นหา แต่ระยะหลังๆ มักนิยมใช้สุนัขมากกว่า เพราะสุนัขจะไม่กินเห็ดเหมือนหมู เห็ดชนิดนี้มีราคาขายสูงถึง 1,700 - 3,800 ยูโร ต่อ 1 ก.ก. (ราว82,000 - 183,502 บาท/ก.ก) เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เห็ดทรัฟเฟิลสีขาว น้ำหนัก 1.08 กก. จากอิตาลี ถูกนายสแตนลีย์ โฮ มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจคาสิโนในมาเก๊า ประมูลไปในราคาสูงถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.8 ล้านบาท แต่สถิติเห็ดทรัฟเฟิลขาวราคาสูงสุดที่มีการบันทึกไว้ คือ 330,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 11 ล้านบาท ซึ่งนายสแตนลีย์ โฮ เจ้าเก่า เป็นผู้ชนะประมูลเมื่อปี ค.ศ.2007

5. มันฝรั่งแพงที่สุดในโลก ( La Bonnotte ) มันฝรั่งราคาแพงที่สุดในโลก คือ “La Bonnotte” ปลูกได้เฉพาะบนเกาะนีวร์มูทีเยของประเทศ ฝรั่งเศสเท่านั้น แถมปีหนึ่งๆ ยังเก็บเกี่ยวได้เพียง 10 วัน ทั้งยังบอบบางมากเสียจนต้องใช้มือถอน และให้ผลผลิตเพียงปีละ 20,000 ก.ก. ด้วยเหตุนี้มันฝรั่งที่ว่าจึงมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 2.3 หมื่นบาทเลยทีเดียว

6. เนื้อแพงที่สุดในโลก - เนื้อที่มาจากวัววากิว ( Wagyu )ประเทศญี่ปุ่น เนื้อแพงที่สุดในโลก คือ เนื้อที่มาจากวัววากิว (Wagyu) ประเทศญี่ปุ่น วัววากิวถือเป็นวัวพื้นเมืองที่มีอยู่หลายสายพันธุ์ด้วยกัน ชาวญี่ปุ่นจะเลี้ยงดูวัวเหล่านี้อย่างดีเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการให้หญ้าพันธุ์ดี ธัญพีช ฟาร์มบางแห่งถึงขนาดมีการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้วัว หรือไม่ก็ผสมสาเก หรือเบียร์ ลงไปในอาหาร เนื้อวัวหลายชนิดที่คนรักเนื้อในบ้านเรารู้จักกันดีอย่างเช่น เนื้อโกเบ และมัตสึซากะ ฯลฯ ก็มาจากวัววากิวเช่นกัน แต่าเหตุที่เรียกชื่อต่างกันเป็นเพราะว่าเลี้ยงกันคนละเมือง(เนื้อโกเบ มาจากฟาร์มในเมืองโกเบ ส่วนเนื้อมัตสึซากะมาจากฟาร์มในเมือง มัตสึซากะ เป็นต้น) เนื้อจากวัววากิวมีคุณค่าทางโภชนาการสูง และไขมันต่ำ รสชาติอร่อย นุ่มลิ้น ราวกับละลายในปาก จึงมีราคาสูงมาก - ที่ยุโรปเนื้อจากวัววากิวน้ำหนักประมาณ 200 กรัม มีราคาขายสูงกว่า 34,000 บาท

7. แซนด์วิชแพงที่สุดในโลก - คลับแซนด์วิช "von Essen Platinum" นี่คือโฉมหน้าแซนด์วิช “ แพงที่สุดในโลก ” ฝีมือนายเจมส์ พาร์คินสัน หัวหน้าเชฟของโรงแรมหรู "von Essen" ในเมืองเบิร์กเชียร์ ประเทศอังกฤษ หลังจากสังเกตส่วนผสมของแซนด์วิชในโรงแรมหรูห้าดาวทั่วโลกที่เขาได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียน เขาจึงคิดรวบรวมส่วนผสมที่ดีที่สุดของแซนด์วิชในแต่ละโรงแรมมาไว้ในอันเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ “von Essen Platinum Club Sandwich” ของเขาจึงกลายเป็นคลับแซนด์วิชแพงที่สุดในโลก ซึ่งมีทั้งหมด 3 ชั้น ประกอบด้วยส่วนผสมหลักคือ เนื้อไก่อย่างดี (พันธุ์ poulet de Bresse ของฝรั่งเศส) แฮม Iberian ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแฮมหายากคุณภาพเยี่ยมจากประเทศสเปน เห็ดทรัฟเฟิลขาวและมะเขือเทศจากประเทศอิตาลี ไข่นกกระทาต้มสุก และขนมปังที่ผลิตจากแป้งชนิดพิเศษ แซนด์วิช "von Essen Platinum" ของเชฟพาร์คินสัน จำหน่ายในราคาอันละ 100 ปอนด์ หรือกว่า 5.5 พันบาท ถ้าใครอยากลองทานว่าจะเด็ดสักแค่ไหน ก็ไปพิสูจน์ได้ที่ภัตตาคาร "Cliveden’s Waldo" ของโรงแรม "von Essen"

|
8. พิซซ่าแพงที่สุดในโลก - Pizza “ Luis XIII ” พิซซ่าที่แพงสุดในโลก คือ พิซซ่า "Louis XIII" ฝีมือเชฟหนุ่มชาวอิตาลีที่ชื่อ“เรนาโต้ วิโอล่า ” พิซซ่า "Louis XIII" มีขนาด 8 นิ้ว ก่อนทำต้องใช้เวลาในการเตรียมแป้งเป็นเวลานานถึง 72 ช.ม. ขณะที่ท็อปปิ้งหรือหน้าพิซซ่าล้วนมาจากส่วนผสมคุณภาพเยี่ยม อาทิ ชีส mozzarella di bufala ไข่ปลาคาเวียร์ 3 ชนิด กุ้งล็อบสเตอร์จาก Cilento (ในอิตาลี) และประเทศนอร์เวย์ โรยหน้าด้วยเกลือสีชมพูที่มาจากแม่น้ำMurray ในประเทศออสเตรเลีย ฯลฯ พิซซ่าแพงสุดในโลก "Louis XIII" จำหน่ายในราคาอันละ 8,300 ยูโร หรือเกือบ 4 แสนบาท (ราคานี้รวมค่าตัวเชฟและผู้ช่วยอีก 2 คน ที่จะหอบข้าวของและอุปกรณ์ต่างๆ ไปทำพิซซ่าถึงบ้านลูกค้า)

9. ออมเล็ตแพงที่สุดในโลก – Omlette ของภัตตาคาร Le Parker Meridien ในกรุงนิวยอร์ค “ออมเล็ต ” หรือไข่คน แพงที่สุดในโลกหารับประทานได้ที่ภัตตาคาร "Le Parker Meridien" ในกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ที่นั่นเขาขายออมเล็ต (ภาพบน) จานละ 1,000 เหรียญ หรือประมาณ 34,000 บาท ประกอบด้วยส่วนผสมหลัก ได้แก่ ไข่ปลาคาเวียร์ (sevruga) น้ำหนัก 10 ออนซ์ กุ้งล็อบสเตอร์ทั้งตัว และไข่อีก 6 ฟอง เป็นต้น (เขาว่าถ้านำส่วนผสมทั้งหมด มาทำเองที่บ้าน ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ราวๆ 700 เหรียญ หรือประมาณ 23,800 บาท)

10. ขนมหวานแพงที่สุดในโลก – Ice Cream Sundae ของร้าน Serendipity 3 ในแมนฮัตตัน ไอศกรีมช็อคโกแลตซันเด ถ้วยนี้ ได้รับการจดบันทึกลงในกินเนสบุ้ค ออฟ เวิล์ด เรคคอร์ด ว่าเป็น " ขนมหวานแพงที่สุดในโลก " มีจำหน่ายที่ร้าน Serendipity 3 ในแมนฮัตตัน กลางกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ด้วยสนนราคาถ้วยละ 25,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 850,000 บาท “Frrrozen Haute Chocolate” คือ ชื่อของช็อคโกแลต ซันเดแพงระยับถ้วยนี้ ส่วนสาเหตุที่มีราคาแพงเนื่องมาจากไอศกรีมมีส่วนผสมของโกโก้พันธุ์ดีและหายากมากๆ จำนวน 28 ผล (ในจำนวนนี้มีอยู่ 14 ผลที่เป็นโกโก้ชนิดแพงที่สุด) และทองคำ 23 เค ชนิดทานได้ น้ำหนัก 5 กรัม ไอศกรีมดังกล่าวจะถูกบรรจุลงในถ้วยทองคำ ที่มีแผ่นทองคำชนิดทานได้รองอยู่ภายในถ้วย นอกจากนี้บริเวณฐานของถ้วยไอศกรีมยังตกแต่งด้วยสร้อยทอง 18 เค พร้อมกับเพชรแท้สีขาวอีก 1 กะรัต เท่านั้นยังไม่พอ ไอศกรีมถ้วยนี้ยังถูกแต่งหน้าด้วยวิปครีม โรยทับอีกชั้นด้วยทองคำ ประดับด้วยช็อคโกแลต "La Madeline au Truffle"จากร้าน Knipschildt Chocolatier ที่ขายในราคาปอนด์ละ 2,500เหรียญ ( 85,000 บาท/ 0.45 กก.)
สำหรับช้อนทองที่เห็นในภาพว่าประดับด้วยเพชรสีขาวและสีช็อคโกแลต ลูกค้าสามารถนำกลับไปดูเล่นที่บ้านได้ แต่ถ้วยและสร้อยทองคล้องเพชร 1 กะรัตห้ามเอาไป ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ออกจากร้านแน่นอน ฮะ ฮะ ฮะ ฮา ฮ่า

11.แชมเปญแพงที่สุดในโลก - Perrier Jouet Belle Epoque Blanc de Blanc
"Perrier Jouet Belle Epoque Blanc de Blanc" คือ แชมเปญที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ผลิตจากองุ่นคัดพิเศษ บรรจุอยู่ในขวดที่เพนท์ลวดลายด้วยมือ จำหน่ายในราคากล่องละ 50,000 ยูโรหรือประมาณ 2.4 ล้านบาท (1กล่องมี 12 ขวด) หรือตกขวดละประมาณเกือบ 2 แสนบาท แชมเปญดังกล่าวผลิตโดยบริษัท Pernod-Ricard ใน ประเทศฝรั่งเศส โดยมีลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มมหาเศรษฐีใน สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน รัสเซีย สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส และเนื่องจากมีราคาค่อนข้างแพง แชมเปญชนิดนี้จึงผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 100 กล่องเท่านั้น นอกจากนี้ ลูกค้าที่ต้องการสั่งซื้อแชมเปญชนิดดังกล่าวจะต้องเดินทางไปที่โรงบ่มในประเทศฝรั่งเศสด้วยตนเอง เพื่อเลือกรสชาติและส่วนผสมต่างๆ ตามแบบที่ตนเองต้องการ หมายเหตุ: แชมเปญ Heidsieck อายุ 100 ปี จำนวน 200 ขวด ที่จมอยู่ใต้มหาสมุทรนานนับ 80 ปี และเพิ่งถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540)กระทั่งถูกนำไปขายที่โรงแรม Ritz-Carlton ในกรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซียเมื่อปลายปีที่แล้ว ด้วยสนนราคาขวดละ $275,000 (ราว 9.4 ล้านบาท) ไม่ได้นำมานับรวม ณ ที่นี้

12. วิสกี้แพงที่สุดในโลก - Macallan Fine Rare Vintage
เหล้ารัม "Wray & Nephew White Overproof" ขวดที่เห็นในภาพผลิตโดย Wray and Nephew ผู้ผลิตเหล้ารัมจากประเทศจาไมก้า เฉพาะขวดที่เห็นนี้ ผลิตขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1915 (พ.ศ. 2458) และถูกนำมาบรรจุขวดเมื่อปี ค.ศ. 1940 (พ.ศ. 2483) ปัจจุบันเหลือเพียง 4 ขวดในโลก (ที่ยังไม่ถูกเปิดดื่ม)เหล้ารัมรุ่นนี้ถูกนำไปแสดงภายในงาน RumFest ซึ่งเป็นเทศกาลเหล้ารัมที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในยุโร ปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยวางจำหน่ายในราคาขวดละ 26,000 ปอนด์ (กว่า1.4 ล้านบาท) อุตสาหกรรมเหล้ารัมตกต่ำลงเป็นอย่าง มากนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473)เป็นต้นมา เนื่องจากผู้คนในยุคนั้นนิยมดื่มค็อกเทล "ไหมไทย" ทำให้โรงงานดังกล่าวต้องยุติการผลิตเหล้ารัมไประยะหนึ่ง

13. ค็อกเทลแพงที่สุดในโลก - “Diamonds-Are-Forever” ค็อกเทลแพงที่สุดในโลก มีชื่อว่า “Diamonds-Are-Forever” ที่พร้อมเสิร์ฟในราคาแก้วละ 11,000 ยูโร หรือประมาณ 527,560 บาท โดยที่ไม่ได้มีส่วนผสมอะไรพิเศษหรือพิสดารไปจากค็อกเทลปกติธรรมดาทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้ค็อกเทลแก้วนี้มีราคาแพง เนื่องจากมีการนำเพชรน้ำหนัก 1.6 กะรัต มาใส่ไว้ในแก้วแทนผลมะกอกนั่นเอง ค็อกเทลแพงที่สุดในโลกแก้วนี้ หาดื่มได้ที่โรงแรมริทซ์-คาร์ลตันในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

14. เบียร์แพงที่สุดในโลก - Vielle Bon Secours เบียร์แพงที่สุดในโลก คือ เบียร์ที่มีชื่อว่า "Vielle Bon Secours" จำหน่ายในราคาขวดละ 500 ปอนด์ หรือประมาณ 27,550 บาท หากใครอยากลองทานต้องไปที่บาร์ในกรุงลอนดอนที่มีชื่อ ว่า "Bierdrome" เท่านั้น

15. วอดก้าแพงที่สุดในโลก - Diva Vodka
เหล้าวอดก้าแพงที่สุดในโลก มีชื่อว่า "Diva Vodka" ผลิตโดยบริษัทBlackwood Distillery ในสกอตแลนด์ สาเหตุที่มีราคาแพงเนื่องจาก วอดก้าชนิดนี้ผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติ ทั้งยังเข้าสู่กระบวนการกลั่นโดยผ่านทางอุปกรณ์พิเศษ ที่ภายในอัดแน่นไปด้วย เพชรและทับทิม แต่สิ่งที่ทำให้วอดก้าชนิดนี้มีราคาแพงจริงๆเห็นจะเป็นอัญมณีล้ำค่าหลากสีที่บรรจุอยู่ตรงกลางขวด ส่วนราคาจะแพงสักแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับลูกค้าเป็นคนเลือกว่าต้องการให้บรรจุ เพชร พลอย คริสตัล ฯลฯ ชนิดไหน สีอะไรลงไปบ้าง โดยมีราคาให้เลือกตั้งแต่ขวดละ 35-540,000 ปอนด์ (ราว 2,000 - 29.6 ล้านบาท)
16. กาแฟ แพงที่สุดในโลก ( Most Expensive Coffee )
Kopi Luwak โคปิ ลูแว็ค เป็นกาแฟโรบัสต้าชนิดหนึ่ง และเป็นกาแฟแพงที่สุดในโลก เนื่องจากขบวนการผลิตอันยุ่งยาก แปลกประหลาด มีออกสู่ต้องตลาดประมาณปีละ 500 ปอนด์ต่อปี ทำให้มันมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 41,000 บาท และสามารถผลิตได้เพียงไม่กี่แห่งบนโลกนี้
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น